พ.32103 วิชาบาสเกตบอล

บาสเกตบอล ( Basketball)ฬาประจำชาติอเมริกัน ถูกคิดขึ้น เพื่อต้องการช่วยเหลือบรรดาสมาชิก Y.M.C.A. ได้เล่นกีฬาในฤดูหนาว เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวสภาพพื้นภูมิประเทศโดยทั่วๆไป ถูกหิมะปกคลุม อันเป็นอุปสรรคในการเล่นกีฬากลางแจ้ง เช่น อเมริกันฟุตบอล เบสบอล คณะกรรมการสมาคม Y.M.C.A. ได้พยายามหาหนทางแก้ไขให้บรรดาสมาชิกทั้งหลายได้เล่นกีฬาในช่วงฤดูหนาวโดยไม่บังเกิดความเบื่อหน่าย


ในปี ค.ศ.1891 Dr.James A.Naismith ครูสอนพลศึกษาของThe International Y.M.C.A. Training School อยู่ที่เมือง Springfield รัฐ Massachusetts ได้รับมอบหมายจาก Dr.Gulick ให้เป็นผู้คิดค้นการเล่นกีฬาในร่มที่เหมาะสมที่จะใช้เล่นในช่วงฤดูหนาว Dr.James ได้พยายามคิดค้นดัดแปลงการเล่นกีฬาอเมริกันฟุตบอลและเบสบอลเข้าด้วยกันและให้มีการเล่นที่เป็นทีม

ในครั้งแรก Dr.James ได้ใช้ลูกฟุตบอลและตะกร้าเป็นอุปกรณ์สำหรับให้นักกีฬาเล่น เขาได้นำตะกร้าลูกพีชไปแขวนไว้ที่ฝาผนังของห้องพลศึกษา แล้วให้ผู้เล่นพยายามโยนลูกบอลลงในตะกร้านั้นให้ได้ โดยใช้เนื้อที่สนามสำหรับเล่นให้มีขนาดเล็กลงแบ่งผู้เล่นออกเป็นข้างละ 7 คน ผลการทดลองครั้งแรกผู้เล่นได้รับความสนุกสนานตื่นเต้น แต่ขาดความเป็นระเบียบ มีการชนกัน ผลักกัน เตะกัน อันเป็นการเล่นที่รุนแรง

ในการทดลองนั้น ต่อมา Dr.James ได้ตัดการเล่นที่รุนแรงออกไป และได้ทำการวางกติกาห้ามผู้เล่นเข้าปะทะถูกเนื้อต้องตัวกัน นับได้ว่าเป็นหลักเบื้องต้นของการเล่นบาสเกตบอล Dr.James จึงได้วางกติกาการเล่นบาสเกตบอลไว้เป็นหลักใหญ่ๆ 4 ข้อ ด้วยกัน คือ

1.  ผู้เล่นที่ครอบครองลูกบอลอยู่นั้นจะต้องหยุดอยู่กับที่ห้ามเคลื่อนที่ไปไหนประตูจะต้องอยู่เหนือศีรษะของผู้เล่น และอยู่ขนานกับพื้น

2.  ผู้เล่นสามารถครอบครองบอลไว้นานเท่าใดก็ได้ โดยคู่ต่อสู้ไม่อาจเข้าไปถูกต้องตัวผู้เล่นที่ครอบครองบอลได้

3.  ห้ามการเล่นที่รุนแรงต่างๆโดยเด็ดขาด ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายจะต้องไม่กระทบกระแทกกัน

เมื่อได้วางกติกาการเล่นขึ้นมาแล้วก็ได้นำไปทดลอง และพยายามปรับปรุงแก้กไขระเบียบดีขึ้น เขาได้พยายามลดจำนวนผู้เล่นลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน จนในที่สุดก็ได้กำหนดตัวผู้เล่นไว้ฝ่ายละ 5 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุดกับขนาดเนื้อที่สนามDr.James ได้ทดลองการเล่นหลายครั้งหลายหน และพัฒนาการเล่นเรื่อยมา จนกระทั่งเขาได้เขียนกติกาการเล่นไว้เป็นจำนวน 13 ข้อ ด้วยกัน และเป็นต้นฉบับการเล่นที่ยังคงปรากฏอยู่บนกระดานเกียรติยศในโรงเรียนพลศึกษา ณ Springfield อยู่จนกระทั่งทุกวันนี้

กติกา 13 ข้อ ของ Dr.James มีดังนี้

1. ผู้เล่นห้ามถือลูกบอลแล้ววิ่ง

2. ผู้เล่นจะส่งบอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มือเดียวหรือสองมือก็ได้

3. ผู้เล่นจะเลี้ยงบอลไปทิศทางใดก็ได้ โดยใช้มือเดียวหรือสองมือก็ได้

4. ผู้เล่นต้องใช้มือทั้งสองเข้าครอบครองบอล ห้ามใช้ร่างกายช่วยในการครอบครองบอล

5. ในการเล่นจะใช้ไหล่กระแทก หรือใช้มือดึง ผลัก ตี หรือทำการใดๆให้ฝ่ายตรงข้ามล้มลงไม่ได้ ถ้าผู้เล่นฝ่าฝืนถือเป็นการฟาวล์ 1 ครั้ง ถ้า ฟาวล์ 2 ครั้ง หมดสิทธิ์เล่น จนกว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำประตูกันได้จึงจะกลับมาเล่นได้อีก ถ้าเกิดการบาดเจ็บระหว่างการแข่งขัน จะไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น

6. ห้ามใช้ขาหรือเท้าแตะลูก ถือเป็นการฟาวล์ 1 ครั้ง

7. ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำฟาวล์ติดต่อกัน 3 ครั้ง ให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ประตู

8. ประตูที่ทำได้หรือนับว่าได้ประตูนั้น ต้องเป็นการโยนบอลให้ลงตะกร้า ฝ่ายป้องกันจะไปยุ่งเกี่ยวกับประตูไม่ได้เด็ดขาด

9. เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำลูกบอลออกนอกสนาม ให้อีกฝ่ายหนึ่งส่งลูกเข้ามาจากขอบสนามภายใน 5 วินาที ถ้าเกิน 5 วินาที ให้เปลี่ยนส่ง และถ้าผู้เล่นฝ่ายใดพยายามถ่วงเวลาอยู่เสมอให้ปรับเป็นฟาวล์

10. ผู้ตัดสินมีหน้าที่ตัดสินว่าผู้เล่นคนใดฟาวล์ และลงโทษให้ผู้เล่นหมดสิทธิ์

11. ผู้ตัดสินมีหน้าที่ตัดสินว่าลูกใดออกนอกสนาม และฝ่ายใดเป็นฝ่ายส่งลูกเข้าเล่น และจะทำหน้าที่เป็นผู้รักษาเวลาบันทึกจำนวนประตูที่ทำได้ และทำหน้าที่ทั่วไปตามวิสัยของผู้ตัดสิน

12. การเล่นแบ่งออกเป็น 2 ครึ่งๆละ 20 นาที

13. ฝ่ายที่ทำประตูได้มากที่สุดเป็นผู้ชนะ ในกรณีคะแนนเท่ากันให้ต่อเวลาออกไป และถ้าฝ่ายใดทำประตูได้ก่อนถือว่าเป็นฝ่ายชนะ

แม้ ว่ากติกาการเล่นจะกำหนดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้เล่นเพื่อความ สนุกสนานในแง่นันทนาการ แต่กีฬานี้ก็ได้รับความนิยมจากเยาวชนอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่มีผู้คนเป็นจำนวนมากเห็นว่าเป็นกีฬาสำหรับผู้อ่อนแอ และพยายามที่จะพิสูจน์ความเห็นนี้ด้วยการหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับผู้เล่น บาสเกตบอลก็ตาม อย่างไรก็ดี ความรู้สึกเช่นนี้ค่อยๆเริ่มจางหายไปเมื่อความรวดเร็วและความแม่นยำในการ เล่นบาสเกตบอล ได้สร้างความประทับใจและดึงดูดความสนใจของผู้คนเพิ่มมากขึ้น และได้แพร่กระจายไปทางตะวันออกของอเมริกาอย่างรวดเร็วและเมื่อโรงเรียนต่างๆ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของกีฬาชนิดนี้ จึงพากันนิยมเล่นไปทั่วประเทศ

ก่อนปี ค.ศ. 1915 แม้ว่าบาสเกตบอลจะเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเป็นอย่างมากก็ตาม แต่ก็จำกัดเป็นเพียงการเล่นเพื่อออกกำลังกายในห้องพลศึกษาเท่านั้น ไม่มีองค์กรใดรับผิดชอบจัดการเล่นเป็นกิจลักษณะ ยกเว้นองค์กรบาสเกตบอลอาชีพที่เกิดขึ้นเพียง 2-3 องค์กรแล้วก็เลิกล้มไป ฉะนั้นการเล่นบาสเกตบอลในแต่ละที่แต่ละแห่งจึงต่างก็ใช้กติกาผิดแผกแตกต่างกันออกไป ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนากีฬาบาสเกตบอลเป็นอย่างมาก

ดังนั้นในปี ค.ศ. 1915 สมาคม Y.M.C.A. สมาคมกีฬามหาวิทยาลัยแห่งชาติและสมาพันธ์กีฬาสมัครเล่น ได้ร่วมประชุมเพื่อร่างกติกาการเล่นบาสเกตบอลขึ้นมาเพื่อเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน กติกานี้ไดใช้สืบมาจนกระทั่งปี ค.ศ. 1938 และได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 11 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี โดยคณะกรรมการโอลิมปิกนานาชาติเป็นผู้พิจารณา

สหรัฐอเมริกายอมรับการเล่นบาสเกตบอลเป็นกีฬาประจำชาติเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1892 ซึ่งได้มีการเล่นบาสเกตบอลอย่างเป็นทางการขึ้นเป็นครั้งแรก สมาคม Y.M.C.A. ได้นำกีฬาบาสเกตบอลไปเผยแพร่ในทุกส่วนของโลก ได้แพร่เข้าไปในประเทศจีนและอินเดียในราวปี ค.ศ. 1894, ฝรั่งเศส ในราวปี ค.ศ. 1895, ญี่ปุ่นราวปี ค.ศ. 1900 เกือบจะกล่าวได้ว่า บาสเกตบอลมีการเล่นในทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 และคาดว่าก่อนปี ค.ศ. 1941 มีประชาชนทั่วโลกเล่นกีฬาบาสเกตบอลเป็นจำนวนถึง 20 ล้านคน ในขณะนี้มีผู้นิยมเล่นบาสเกตบอลกันทั่วทุกมุมโลก ไม่น้อยกว่า 52 ประเทศ นอกจากนี้ได้มีการแปลกติกาการเล่นเป็นภาษาต่างๆมากกว่า 30 ภาษา

ประวัติบาสเกตบอลในประเทศไทย

กีฬาบาสเกตบอลแพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในสมัยใด ปีใดนั้น มิได้มีหลักฐานที่จะปรากฏยืนยันแน่ชัดได้ ทราบแต่เพียงว่า ในปี พ.ศ.2477 นายนพคุณ พงษ์สุวรรณ อาจารย์สอนภาษาจีนที่โรงเรียนมัธยมวัดบพิตรพิมุข ได้ช่วยเหลือกรมพลศึกษาจัดแปลกติกาการเล่นบาสเกตบอลขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2478 กระทรวงธรรมการ ได้จัดการอบรมครูจังหวัดต่างๆจำนวน 100 คน ภายในระยะเวลา 1 เดือน และได้รับความช่วยเหลือจาก พ.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล ผู้ซึ่งมีความรู้และเชี่ยวชาญทางการเล่นกีฬาบาสเกตบอลคนหนึ่ง ทั้งได้>เคยเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการแข่งขัน เมื่อครั้งท่านกำลังศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกา มาเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับเทคนิคและวิธีเล่นบาสเกตบอลแก่บรรดาครูที่เข้ารับการอบรม ต่อมาก็เป็นผลทำให้กีฬาบาสเกตบอลแพร่หลายไปทั่วประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2496 สมาคมบาสเกตบอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยได้ถูกจัดตั้งขึ้นตามแบบอันถูกต้อง โดยจดทะเบียนที่สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ และได้กลายมาเป็นสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยในปีเดียวกันนั้นเอง และในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยก็ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมบาสเกตบอลระหว่างประเทศ

กติกาบาสเกตบอล

บาสเกตบอลเป็นกีฬาที่เล่นระหว่างผู้เล่น 2 ชุด ชุดละ 5 คน โดยมีจุดมุ่งหมายว่า แต่ละชุดต้องนำลูกบอลไปโยนให้ลงห่วงประตูของคู่แข่งขัน และพยายามป้องกันมิให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ครอบครองลูกบอล หรือทำคะแนน ทั้งนี้ผู้เล่นอาจจะส่ง โยน ปัดกลิ้ง หรือเลี้ยงลูกบอลไปยังทิศทางใดก็ได้ให้ถูกต้องตามกติกา

ทีม

แต่ละทีมจะประกอบไปด้วยผู้เล่นไม่เกิน 10 คน และโค้ช 1 คน ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งจะเป็นหัวหน้าทีม แต่ละทีมอาจจะมีผู้ช่วยโค้ชอีก 1 คน สำหรับทัวร์นาเมนต์ที่ทีมนั้นจะต้องแข่งขันมากกว่า 3 ครั้ง จำนวนผู้เล่นในแต่ละทีมอาจจะเพิ่มเป็น 12 คนก็ได้ ผู้เล่น 5 คน ของแต่ละทีมจะต้องอยู่ในสนามแข่งขันระหว่างเวลาการแข่งขัน และสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ตามที่ระบุไว้ในกติกาผู้เล่นของทีมคือผู้เล่น ที่อยู่ในสนามแข่งขัน และถูกกำหนดว่าจะลงแข่งขันนอกเหนือจากนี้แล้วจะเป็นผู้เล่นสำรอง ดังนั้นผู้เล่นสำรองจะกลายเป็นผู้เล่นเมื่อผู้ตัดสินได้ให้สัญญาณแจ้งให้เขา เข้าไปในสนามแข่งขัน และผู้เล่นจะกลายเป็นผู้เล่นสำรองทันทีที่ผู้ตัดสินได้ส่งสัญญาณแก่ผู้ที่จะ เข้ามาแทนผู้เล่นคนนั้นให้เข้าไปในสนามแข่งขัน ผู้เล่นแต่ละคนจะต้องมีหมายเลขที่ด้านหน้าและด้านหลังของเสื้อที่ตนสวมใส่ โดยมีลักษณะเรียบธรรมดา (ไม่มีลวดลาย) และมีสีทึบติดกับเสื้อ หมายเลขจะต้องเด่นชัด สำหรับหมายเลขที่ติดด้านหลังจะต้องสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร และหมายเลขที่ติดด้านหน้าจะต้องสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุที่กว้างไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร ทีมหนึ่ง ๆ จะต้องใช้หมายเลขตั้งแต่ 4 ถึง 15 ผู้เล่นในทีมเดียวกันจะต้องไม่ใช้หมายเลขซ้ำกัน

ชุดที่ผู้เล่นสวมใส่จะต้องประกอบไปด้วยสิ่งต่อไปนี้

- เสื้อทีม จะเป็นสีเดียว มีลักษณะทึบสม่ำเสมอเหมือนกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ต้องสวมใส่โดยผู้เล่นทุกคนในทีมนั้นเสื้อที่มีลายทางแบบริ้วลายจะไม่อนุญาตให้ใช้

- กางเกงขาสั้น จะเป็นสีเดียว มีลักษณะทึบสม่ำเสมอเหมือนกันทั้งทีม และจะต้องสวมใส่โดยผู้เล่นทุกคนในทีมนั้น

- เสื้อคอกลม (ทีเชิ้ต) อาจจะสวมใส่ได้ภายในเสื้อทีม แต่ถ้าสวมเสื้อคอกลมจะต้องใช้เสื้อคอกลมมีสีเดียว และให้เหมือนกับสีของเสื้อทีม

- ชุดชั้นในของกางเกง ที่ยื่นเลยต่ำกว่ากางเกงขาสั้น อาจจะสวมใส่ได้โดยมีข้อกำหนดว่าจะต้องมีสีเดียว และเหมือนกับกางเกงขาสั้น

ในกรณีที่เสื้อทีมมีสีตรงกันให้ทีมเหย้าเปลี่ยนสีเสื้อทีมเมื่อแข่งขันที่สนามกลาง หรือในทัวร์นาเมนต์ทีมที่มีชื่อแรกในโปรแกรมการแข่งขัน และต้องเป็นชื่อแรกในใบบันทึกจะต้องเปลี่ยนสีเสื้อทีม เพราะในทัวร์นาเมนต์หนึ่งๆ แต่ละทีมจะต้องมีเสื้อทีมอย่างน้อย 2 ชุด คือชุดที่เป็นสีจาง และชุดที่เป็นสีเข้ม

สำหรับการแข่งขันที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ ให้ทีมที่มีชื่อแรกในโปรแกรมการแข่งขัน (ทีมเหย้า) สวมเสื้อสีจาง และทีมที่มีชื่อที่สอง (ทีมเยือน) สวมเสื้อสีเข้ม

สำหรับการแข่งขันระดับสำคัญๆ ของฟีบ้า ผู้เล่นในทีมเดียวกันจะต้องปฏิบัติดังนี้

1. สวมรองเท้าซึ่งมีสีเหมือนกัน

2. สวมถุงเท้าซึ่งมีสีเหมือนกัน

ผู้เล่นออกจากเขตสนามแข่งขัน

จะไม่อนุญาตให้ผู้เล่นออกจากเขตสนาม เพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งขันอย่างไม่ยุติธรรม

หัวหน้าทีม หน้าที่ และอำนาจ

เมื่อมีเหตุจำเป็น หัวหน้าทีมจะต้องเป็นผู้แทนของทีมในสนามแข่งขันสามารถพูดกับผู้ตัดสินเพื่อขอคำอธิบาย หรือเพื่อขอทราบข้อมูลที่จำเป็น แต่ต้องกระทำด้วยความสุภาพ

ก่อนออกจากสนามแข่งขันด้วยเหตุอันควรใดๆ ก็ตาม หัวหน้าทีมต้องแจ้งต่อผู้ตัดสินที่หนึ่งว่าผู้เล่นคนใดจะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมแทนขณะที่เขาออกจากสนามแข่งขัน

คำอธิบายกติกา ในกรณีบาดเจ็บของผู้เล่น

” ถ้าผู้เล่นที่บาดเจ็บได้รับการพยาบาล เขาต้องถูกเปลี่ยนตัว ถ้าไม่เปลี่ยนตัวผู้เล่นที่บาดเจ็บในกรณีดังกล่าว ทีมนั้นจะถูกปรับเป็นเวลานอก “

จุดประสงค์ในกติกาข้อนี้คือ โค้ชมีสิทธิ์ยอมเสียเวลานอก เพื่อให้ผู้เล่นที่บาดเจ็บได้เข้าแข่งขันต่อไป แต่ทีมจะไม่ได้รับเวลานอกเต็ม 60 วินาที เท่ากับเวลานอกปกติ แต่ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่บาดเจ็บภายในเวลา 1 นาที เขาจะไม่มีสิทธิ์แข่งขันต่อและจะต้องถูกเปลี่ยนตัว

ลักษณะของการดำเนินการแข่งขันต่อ

ภายหลังที่มีบอลตายด้วยกรณีใดๆ ก็ตาม ให้ดำเนินการแข่งขันต่อไปนี้

1. ถ้าทีมใดทีมหนึ่งได้ครอบครองลูกบอลมาก่อน ให้ผู้เล่นของทีมนั้นได้ส่งลูกบอลเข้าเล่นจากนอกเส้นข้างใกล้กับจุดที่ บอลตายมากที่สุด

2. ถ้าไม่มีทีมใดได้ครอบครองลูกบอลมาก่อน ให้เล่นลูกกระโดดที่วงกลมใกล้กับจุดที่บอลตายมากที่สุด

3. หลังการฟาวล์

4. ภายหลังลูกยึด

5. ภายหลังการหมดเวลาแต่ละครึ่งหรือเวลาเพิ่มพิเศษ

6. ภายหลังลูกบอลออกนอกเขตสนาม

7. ภายหลังการทำผิดระเบียบ

ผู้เล่นสำรอง

ผู้ เล่นสำรองก่อนที่จะเข้าไปในสนามต้องรายงานตัวต่อผู้บันทึก และต้องพร้อมที่จะทำการแข่งขันได้ทันที โดยผู้บันทึกจะต้องให้สัญญาณทันทีที่มีบอลตาย และหยุดเวลาการแข่งขัน แต่ต้องกระทำก่อนที่ลูกบอลจะเข้าสู่การเล่นอีกครั้งหนึ่งภายหลังการทำผิด ระเบียบ เฉพาะทีมที่ไม่ได้ทำผิดระเบียบคือ ทีมที่จะส่งลูกบอลเข้าเล่นจากนอกเขตสนามทางเส้นข้างมีสิทธิ์เปลี่ยนตัวผู้ เล่น ถ้าได้มีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น อีกฝ่ายหนึ่งจะมีสิทธิ์เปลี่ยนตัวได้ ผู้เล่นสำรองจะต้องรออยู่นอกเส้นข้างจนกว่าผู้ตัดสินได้ให้สัญญาณจึงจะเข้า ไปในสนามแข่งขันได้อย่างทันที

การ เปลี่ยนตัวต้องเสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าผู้ตัดสินเห็นว่มีการชักช้าโดยไร้เหตุผลอันควร ก็ให้เป็นเวลานอกแก่ทีมที่ล่าช้านั้นผู้เล่นที่จะเล่นลูกกระโดดจะไม่ให้ เปลี่ยนตัวกับผู้เล่นคนอื่น

ผู้เล่นที่ได้เปลี่ยนตัวออกไปแล้วจะไม่ให้เข้าไปในสนามแข่งขันอีกในช่วงการเปลี่ยนตัวเดียวกันจะไม่ให้มีการเปลี่ยนตัวในกรณีต่อไป

1. ภายหลังการทำประตูได้ เว้นแต่ว่าได้มีการให้เวลานอก หรือมีการขานฟาวล์ หรือ

2. จากช่วงเวลาตั้งแต่ลูกบอลเข้าสู่การเล่นเพื่อการโยนโทษครั้งแรก หรือครั้งเดียว กระทั่งได้มีบอลตายอีกครั้งหนึ่งของช่วงเวลาการเดินนาฬิกาจับเวลาการแข่งขัน หรือกระทั่งมีการขานฟาวล์ หรือมีการกระทำผิดระเบียบก่อนจะเดินนาฬิกา การลงโทษสำหรับการโยนโทษ การเล่นลูกกระโดด หรือการส่งลูกบอลเข้าเล่นจากนอกสนามทางเส้นข้าง

ข้อยกเว้น ในกรณีที่มีการทำฟาวล์ระหว่างการโยนโทษ จะอนุญาตให้มีการเปลี่ยนตัวได้ แต่เฉพาะเมื่อการดำเนินการโยนโทษและการฟาวล์ก่อนหน้านั้นได้เสร็จสมบูรณ์ แล้วเท่านั้น และก่อนที่ลูกบอลจะเข้าสู่การเล่นสำหรับโทษของการฟาวล์ครั้งใหม่ ภายหลังการโยนโทษครั้งเดียวหรือครั้งสุดท้ายได้ผล เฉพาะผู้โยนโทษเท่านั้น จะอนุญาตให้เปลี่ยนตัวได้ โดยมีข้อแม้ว่าต้องขอเปลี่ยนตัวไว้ก่อนลูกบอลจะเข้าสู่การเล่นเพื่อโยนโทษ ครั้งแรกหรือครั้งเดียวเท่านั้น ในกรณีนี้อีกฝ่ายหนึ่งอาจจะเปลี่ยนตัวได้คนหนึ่ง โดยมีข้อแม้ว่าได้ขอเปลี่ยนตัวไว้ก่อนที่ลูกบอลจะเข้าสู่การเล่นก่อนการโยน โทษครั้งสุดท้ายหรือครั้งเดียวนั้น ภายหลังจากที่ผู้บันทึกได้ให้สัญญาณเพื่อการเปลี่ยนตัว ไม่อาจจะบอกยกเลิกการขอเปลี่ยนตัวได้อีก อย่างไรก็ตาม จะขอยกเลิกการขอเปลี่ยนตัวได้ทุกเวลา ก่อนที่ผู้บันทึกจะให้สัญญาณว่ามีการขอเปลี่ยนตัว

คำอธิบายกติกา
การเปลี่ยนตัว

1. เมื่อเกิดการฟาวล์ การโยนโทษจะพิจารณาเป็นชุดหรือเป็นกลุ่มของการฟาวล์

คำนิยาม

ชุด อาจจะมีลักษณะดังนี้ คือ โยนโทษ 1 ครั้ง หรือโยนโทษ 1+1 หรือ โยนโทษ 2 ครั้ง หรือโยนโทษ 3 ครั้ง

กลุ่ม อาจจะมีลักษณะดังนั้ คือ

- โยนโทษ 1+1 และโยนโทษ 2 ครั้ง

- โยนโทษ 2 ครั้ง และโยนโทษ 2 ครั้ง + การครอบครองบอล

- โยนโทษ 1 ครั้ง และโยนโทษ 2 ครั้ง

- และการโยนโทษลักษณะผสมใด ๆ ของกลุ่มที่นอกเหนือจากนี้

2. ถ้าภายหลังได้เริ่มดำเนินการโยนโทษของกลุ่มการโยนโทษ แล้วปรากฎว่ามีการฟาวล์ หรือการทำผิดระเบียบเกิดขึ้นก่อนจะเริ่มเดินเวลาการแข่งขัน การลงโทษคือ การโยนโทษ (ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง) การเล่นลูกกระโดด หรือการส่งลูกบอลเข้าเล่นจากนอกเส้นข้างอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วก็ให้เปลี่ยนตัวเพิ่มได้อีก

ตำแหน่งของผู้เล่นและผู้ตัดสิน

ตำแหน่งของผู้ตัดสินจะถูกกำหนดโดยจุดสัมผัสกับพื้นสนามเมื่ออยู่ในอากาศจากการกระโดด จะมีสภาพเช่นเดียวกับตอนสัมผัสพื้นสนามครั้งสุดท้ายเมื่อพิจารณาเกี่ยวกับเส้นขอบของสนามเส้นกลาง เส้นเขตกำหนดการยิงประตูเพื่อทำ 3 คะแนนเส้นโยนโทษ หรือเส้นกำหนดเขตโยนโทษ

ตำแหน่งของผู้ตัดสินจะถูกกำหนดเหมือนกับผู้เล่น เมื่อลูกบอลถูกตัวผู้ตัดสินก็เสมือนกับถูกพื้นสนามในตำแหน่งที่ผู้ตัดสินยืน

วิธีเล่นลูกบอล

กีฬาบาสเกตบอลคือ การเล่นลูกบอลด้วยมือ แต่การพาลูกบอลวิ่ง การเตะลูกบอล หรือการชกลูกบอล เป็นการทำผิดกติกา

การ เตะลูกบอลหรือสกัดลูกบอลด้วยส่วนหนึ่งส่วนใดของผู้เล่นเป็นการทำผิดกติกาได้ เมื่อการกระทำโดยจงใจเท่านั้นและการที่เท้าหรือขาถูกลูกบอลโดยไม่ถือเป็นการ ทำผิดกติกา

การ ครอบครองลูกบอล ผู้เล่นได้ครอบครองลูกบอล เมื่อผู้เล่นถือลูกบอลหรือเลี้ยงลูกบอลดี หรือในกรณีที่ครอบครองลูกบอลนอกเขตสนามก็ต่อเมื่อลูกบอลอยู่ในมือของผู้เล่น เพื่อส่งลูกบอลเข้าเล่น

ทีมครอบครองลูกบอล เมื่อผู้เล่นของทีมนั้นได้ครอบครองลูกบอล รวมทั้งเมื่อลูกบอลถูกส่งไปมาระหว่างผู้เล่นของทีมนั้น ซึ่งทีมจะได้ครอบครองลูกบอลต่อไปจนกระทั่งคู่แข่งขันได้แย่งการครอบครองลูกบอล หรือเกิดมีบอลตาย หรือได้มีการยิง

ประตูตอนที่ลูกบอลหลุดออกจากมือผู้ยิงประตูไปแล้ว

- ผู้เล่นออกนอกเขตสนาม-ลูกบอลออกนอกเขตสนาม

- ผู้เล่นจะออกนอกเขตสนามเมื่อสัมผัสพื้นบนเส้นขอบสนาม หรือนอกเขตสนาม

- ลูกบอลออกนอกเขตสนาม เมื่อถูกสิ่งต่อไปนี้

1. ผู้เล่นหรือบุคคลอื่นผู้ซึ่งอยู่นอกเขตสนาม หรือ

2. พื้นหรือวัตถุอื่นใดนอกเขตสนาม หรือ

3. สิ่งค้ำยันหรือด้านหลังของกระดานหลัง

การที่ลูกบอลออกนอกเขตสนาม

ลูกบอลถูกทำให้ออกนอกเขตสนาม โดยผู้เล่นคนสุดท้ายที่ถูกลูกบอลก่อนที่ลูกบอลจะออกนอกเขตสนาม โดยถูกสิ่งอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากผู้เล่น ผู้ตัดสินจะต้องแสดงสัญญาณอย่างชัดเจนว่าทีมใดจะได้ส่งลูกบอลเข้าเล่นจากนอกเขตสนามการทำให้ลูกบอลออกนอกเขตสนาม เป็นการทำผิดกติกา ผู้ตัดสินต้องขานลูกยึดเมื่อไม่แน่ใจว่าทีมใดทำให้ลูกบอลออกนอกเขตสนาม
การเลี้ยงลูกบอล

การ เลี้ยงลูกบอลจะเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นได้ครอบครองลูกบอล แล้วทำให้ลูกบอลเคลื่อนที่โดยการโยน ปัด หรือกลิ้งลูกบอลแล้วไปถูกลูกบอลอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะไปถูกผู้เล่นคนอื่น ในการเลี้ยงลูกบอลนั้น ลูกบอลจะต้องถูกพื้นสนามภายหลังจากการทำให้ลูกบอลเคลื่อนที่ดังกล่าวแล้ว ผู้เล่นจะสิ้นสุดการเลี้ยงลูกบอลทันทีที่เขาได้สัมผัสลูกบอลด้วยสองมือ พร้อมๆ กัน หรือทำให้ลูกบอลพักอยู่ในมือใดมือหนึ่งหรือทั้งสองมือ ไม่จำกัดว่าผู้เล่นจะต้องก้าวเท้ากี่ก้าว ขณะที่ลูกบอลไม่สัมผัสมือของเขา

ผู้เล่นจะต้องไม่เลี้ยงลูกบอลครั้งที่สองภายหลังการเลี้ยงลูกบอลครั้งแรกสิ้นสุดลง เว้นแต่ว่าได้เสียการครอบครองลูกบอลเพราะเหตุต่อไปนี้

1. ทำการยิงประตู หรือ

2. ถูกคู่แข่งปัดลูกบอลออกจากการครอบครอง หรือ

3. การ ส่งหรือการทำลูกบอลหลุดจากมือโดยบังเอิญ แล้วลูกบอลไปถูกผู้เล่นคนอื่น หรือผู้เล่นคนอื่นถูกลูกบอล ผู้เล่นที่โยนลูกบอลใส่กระดานหลังแล้วไปถูกลูกบอลอีกก่อนที่ลูกบอลจะถูกผู้ เล่นคนอื่น เป็นการทำผิดกติกา เว้นแต่ผู้ตัดสินเห็นว่าเป็นการยิงประตู

ข้อยกเว้น ต่อไปนี้ไม่ใช่การเลี้ยงลูกบอล

1. การยิงประตูต่อเนื่องกัน

2. เสียการครอบครองลูกบอลโดยบังเอิญ (การที่ลูกบอลหลุดจากมือโดยบังเอิญ) ตอนเริ่มต้นหรือตอนสิ้นสุดการเลี้ยงลูกบอล และได้ครอบครองลูกบอลอีกครั้ง

3. ความพยายามที่จะครอบครองลูกบอล โดยการปัดลูกบอลจากผู้เล่นคนอื่นที่พยายามครอบครองลูกบอล

4. ปัดลูกบอลจากการครอบครองของผู้เล่นคนอื่น

5. สกัดกั้นการส่งเพื่อให้ได้ลูกบอลไว้ครอบครอง หรือ

6. โยน ลูกบอลไปมาจากมือหนึ่งไปยังอีกมือหนึ่ง (หรือทั้งสองมือ) และถือลูกบอลไว้ก่อนที่ลูกบอลจะถูกพื้นสนาม โดยมีข้อแม้ว่าผู้เล่นคนนั้นไม่ได้ทำผิดกติกาว่าด้วยการเคลื่อนที่พร้อมลูก บอล การเลี้ยงลูกบอลครั้งที่สอง เป็นการทำผิดกติกา

บทลงโทษ

ให้คู่แข่งขันได้ส่งลูกบอลเข้าเล่นจากนอกเส้นข้าง ณ จุดที่ใกล้กับการทำผิดกติกามากที่สุด

การหมุนตัว

การหมุนตัวจะเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นที่กำลังถือลูกบอลก้าวเท้าใดเท้าหนึ่งเพียงเท้าเดียว 1 ก้าว หรือหลายๆ ก้าวในทิศทางต่างๆ โดยเท้าอีกข้างหนึ่งจะเป็นเท้าหลัก (หรือเท้าหมุน) ซึ่งยังคงสัมผัสพื้น ณ จุดที่ตนยืนอยู่นั้น

การเคลื่อนที่พร้อมกับลูกบอล

ผู้เล่นอาจจะเคลื่อนที่พร้อมกับลูกบอลไปในทิศทางใดก็ได้ ภายใต้ระเบียบต่อไปนี้

ระเบียบข้อที่ 1 ผู้เล่นที่ได้รับลูกบอลขณะที่ยืนอยู่นิ่ง ๆ อาจจะหมุนตัวโดยเท้าใดเท้าหนึ่งเป็นเท้าหลักก็ได้

ระเบียบข้อที่ 2 ผู้เล่นที่ได้รับลูกบอลขณะที่ตนเองกำลังเคลื่อนที่ หรือเมื่อสิ้นสุดการเลี้ยงลูกบอล อาจจะใช้การนับสองจังหวะเพื่อหยุด หรือเพื่อส่งลูกบอลให้พ้นจากตัวไป

การนับจังหวะที่หนึ่ง เกิดขึ้นเมื่อ

1. เมื่อผู้เล่นได้ลูกบอล ถ้าเท้าใดเท้าหนึ่งถูกพื้นสนามในตอนที่ได้รับลูกบอล หรือ

2. เมื่อเท้าใดเท้าหนึ่ง หรือทั้งสองเท้าถูกพื้นสนามพร้อมกัน ภายหลังจากผู้เล่นได้รับลูกบอล ขณะที่เท้าทั้งสองข้างของผู้เล่นไม่ถูกพื้น (เท้าพ้นพื้น เช่น ลอยตัวในอากาศ)

การนับจังหวะที่สอง จะเกิดขึ้นภายหลังจากการนับจังหวะที่หนึ่งแล้ว เมื่อเท้าใดเท้าหนึ่งหรือทั้งสองเท้าถูกพื้นสนามพร้อม ๆ กัน ผู้เล่นที่ได้หยุดในจังหวะที่หนึ่งของการนับช่วงจังหวะ จะไม่มีสิทธิ์เคลื่อนที่ต่อในจังหวะที่สอง เมื่อผู้เล่นได้หยุดตามกติกาแล้ว ถ้าเท้าใดเท้าหนึ่งอยู่ล้ำหน้ากัน ก็อาจจะหมุนตัวได้ แต่เท้าหลังเท่านั้นที่จะเป็นเท้าหลัก อย่างไรก็ตาม ถ้าเท้าทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกัน อาจจะใช้เท้าใดเท้าหนึ่งเป็นเท้าหลักในการหมุน

ระเบียบข้อที่ 3 ผู้เล่นที่ได้รับลูกบอลขณะที่ยืนนิ่ง ๆ หรือได้หยุดตามกติกาขณะที่ถูกลูกบอล

1. อาจ จะยกเท้าหลักหรือกระโดดขึ้นเพื่อยิงประตู หรือส่งลูกบอล แต่ลูกบอลจะต้องหลุดจากมือก่อนเท้าที่ยกพ้นพื้นหรือทั้งสองเท้าถูกพื้นสนาม อีกครั้งหนึ่งถึงแม้ว่าผู้เล่นฝ่ายปกป้องกันจะถูกลูกบอลด้วยมือใดมือหนึ่ง หรือทั้งสองมือก็ตาม ถ้ามือที่จับลูกบอลนั้นยึดลูกบอลแน่นจนไม่มีใครจะได้ครอบครองลูกบอลโดย ปราศจากความรุนแรง ผู้ตัดสินต้องขานลูกยึด หรือ

2. ไม่ อาจจะยกเท้าหลัก เมื่อเริ่มต้นการเลี้ยงลูกบอลก่อนที่ลูกบอลจะหลุดจากมือการเคลื่อนที่พร้อม กับลูกบอลนอกเหนือจากกติกาเหล่านี้เป็นการทำผิดระเบียบ

บทลงโทษ

ให้คู่แข่งขันได้ส่งลูกบอลเข้าเล่นจากนอกเส้นข้าง ณ จุดที่ใกล้กับการทำผิดกติกามากที่สุด

ลูกยึด

ผู้ ตัดสินไม่ควรขานลูกยึดเร็วเกินไป ซึ่งจะทำให้การแข่งขันหยุดชะงัก และทำให้ขาดความยุติธรรมที่ผู้เล่นต้องเสียลูกบอลที่ตนกำลังครอบครอง หรือกำลังจะได้ครอบครอง ผู้ตัดสินจะขานลูกยึดก็ต่อเมื่อมีผู้เล่นอย่างน้อยฝ่ายละหนึ่งคนยึดลูกบอล ด้วยมือเดียวหรือสองมือไว้อย่างมั่นคง จนกระทั่งไม่มีผู้เล่นคนใดสามารถจะครอบครองลูกบอลได้โดยปราศจากความรุนแรง และไม่ควรขานลูกยึดโดยเพียงพิจารณาจากเหตุผลที่ว่า ฝ่ายป้องกันได้ใช้มือสัมผัสลูกบอลเท่านั้น การขานในลักษณะเช่นนี้จะไม่ยุติธรรมต่อผู้เล่นที่ได้ครอบครองลูกบอลอย่าง สมบูรณ์อยู่แล้ว

การเล่นลูกกระโดด จะเกิดขึ้นเมื่อ

1. เมื่อมีการขานลูกยึด ถ้ามีผู้เล่นมากกว่า 2 คน เกี่ยวข้องให้โยนลูกบอลเพื่อเล่นลูกกระโดดระหว่างผู้เล่นดังกล่าวฝ่ายละคนที่มีความสูงใกล้เคียงกัน

2. ถ้าลูกบอลออกนอกเขตสนาม และผู้เล่นทั้งสองฝ่ายถูกลูกบอลพร้อมๆ กัน ก่อนที่ลูกบอลจะออกนอกเขตสนาม หรือถ้าผู้ตัดสินไม่แน่ใจว่าใครถูกลูกบอลเป็นคนสุดท้าย หรือผู้ตัดสินขัดแย้งกันเอง ก็ให้ดำเนินการเล่นต่อไปด้วยลูกกระโดดระหว่างผู้เล่นสองคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ณ วงกลมที่ใกล้ที่สุด

3. เมื่อลูกบอลติดค้างที่ก้านห่วง ให้ดำเนินการเล่นต่อไปด้วยลูกกระโดดที่เส้นโยนโทษที่ใกล้ที่สุดระหว่างผู้เล่นสองคนใดก็ได้จากทั้งสองฝ่าย

ผู้เล่นอยู่ในลักษณะการยิงประตู เมื่อผู้ตัดสินได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้เล่นคนนั้นได้เริ่มพยายามที่จะทำประตูโดยการโยนยังห่วงหรือปัดลูกบอล และลักษณะความพยายามนี้จะต้องต่อเนื่องจนกระทั่งลูกบอลได้หลุดมือเขาไป

ข้อยกเว้น

ผู้เล่นที่ปัดลูกบอลจากการเล่นลูกกระโดดให้ตรงไปยังห่วงประตู ไม่ใช่อยู่ในลักษณะการยิงประตู

คำนิยาม การโยน การยัดห่วง และการปัดลูกบอล

การโยน คือการถือลูกบอลด้วยมือเดียวหรือสองมือ แล้วส่งแรงให้ลูกบอลลอยไปยังห่วงประตู

การยัดห่วง คือการออกแรง หรือความพยายามที่จะออกแรงยัดลูกบอลลงห่วงประตูด้วยมือเดียวหรือสองมือ

การปัดลูกบอล คือการตีลูกบอลด้วยมือเดียวหรือสองมือให้ไปยังห่วงประตู

ผู้เล่นอยู่ในลักษณะยิงประตู

สำหรับการฟาวล์ที่กระทำต่อผู้เล่นที่อยู่ในลักษณะการยิงประตู ผู้ตัดสินพึงพิจารณาว่าการฟาวล์ที่เกิดขึ้นนั้น ได้เกิดขึ้นภายหลังที่ผู้ยิงประตูได้เริ่มต้นการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของแขน (ข้างเดียวหรือสองข้าง) เพื่อการยิงประตู

การเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง คือ

1. เริ่มต้นภายหลังที่ลูกบอลได้พักอยู่ในมือ (มือเดียวหรือสองมือ) ของผู้เล่น และเริ่มต้นเคลื่อนที่เพื่อยิงประตู

2. อาจจะรวมทั้งการเคลื่อนไหวของแขน (ข้างเดียวหรือสองข้าง) และ / หรือลำตัวที่ผู้เล่นได้พยายามเพื่อยิงประตู

กติกาว่าด้วย 3 วินาที

ผู้เล่นจะต้องไม่อยู่ภายในเขตกำหนดเวลาของคู่แข่งขันต่อเนื่องกันเกินกว่า 3 วินาที เขตนี้อยู่ระหว่างเส้นหลังและขอบนอกของเส้นโยนโทษ ในขณะที่ทีมของตนกำลังครอบครองลูกบอล

กติกาว่าด้วย 3 วินาที จะใช้บังคับทุกกรณี เช่น ลูกบอลออกนอกเขตสนาม จะเริ่มการนับเวลาตั้งแต่งผู้เล่นจะส่งบอลเข้า เล่นได้ยืนอยู่นอกสนามและมีลูกบอลอยู่ในครอบครอง ซึ่งกติกาทั้งหมดเกี่ยวกับการสิ้นสุดเวลาของการแข่งขันจะถูกบังคับใช้เกี่ยวกับ การทำผิดกติกาว่าด้วย 30 วินาที

ข้อเสนอแนะ

การที่คู่แข่งขันเพียงแต่สัมผัสลูกบอล จะไม่ทำให้ต้องเริ่มเวลา 30 วินาทีใหม่ ถ้าทีมเดิมยังคงได้ครอบครองลูกบอลต่อไป


 แบบทดสอบบาสเกตบอล

คำชี้แจง:ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว

1. กีฬาบาสเกตบอลเริ่มกำเนิดที่ประเทศใด
ก. ประเทศญี่ปุ่น
ข.ประเทศสหรัฐอเมริกา
ค.ประเทศฝรั่งเศส
ง.ประเทศอังกฤษ
2. กีฬาบาสเกตบอลใช้ผู้เล่นข้างละกี่คน
ก.5 คน
ข.7 คน
ค.10 คน
ง.12 คน
3. การส่งลูกที่มีความแม่นยำและได้ประโยชน์มากที่สุด คือ
ก.การส่งลูกสั้น
ข.การส่งลูกยาว
ค.การส่งกระดอนกับพื้น
ง.การส่งลอยข้ามหัว
4. การส่งลูกสองมือระดับใดที่ผู้รับนักว่าดีที่สุด
ก.ระดับท้อง
ข.ระดับอก
ค.ระดับหัว
ง.ระดับใดก็ได้
5. ผู้เล่นบาสเกตบอล สามารถจับลูกวิ่งได้เกินกี่ก้าว
ก.2 ก้าว
ข.3 ก้าว
ค.4 ก้าว
ง.5 ก้าว
6. ผู้เล่นบาสเกตบอล สามารถครอบครองบอลได้ไม่เกินกี่วินาที
ก.4 วินาที
ข.5 วินาที
ค.6 วินาที
ง.7 วินาที
7. การยิงประตูบาสเกตบอลระยะไกล หวังผลได้กี่%
ก.10%
ข.20%
ค.30%
ง.40%
8. หมายเลขผู้เล่นบาสเกตบอล จะใช้หมายเลขใดถึงหมายเลขใด
ก.1-12
ข.2-13
ค.3-14
ง.4-15
9. ในเอเชีย ประเทศที่เป็นหนึ่งในกีฬาบาสเกตบอล คือ ประเทศใด
ก.ไทย
ข.ญี่ปุ่น
ค.จีน
ง.สหรัฐอเมริกา
10. ในการแข่งขัน 1 แมตช์ใช้เวลาทั้งหมดกี่นาที
ก.65 นาที
ข.60 นาที
ค.50 นาที
ง.40 นาที

11.การยิงประตูในระยะไกลที่หวังผลได้แน่นอนควรยิงแบบใด

   มือเดียว
สองมือล่าง
สองมือระดับหน้าอก
การกระโดดยิงประตู

12.ผู้เล่นบาสเกตบอลชุดหนึ่งมีกี่คน
6 – 8 คน
8 – 10 คน
10 – 12 คน
12 – 14 คน
13.การยิงประตูใต้ห่วง สายตาควรมองไปที่ใด
ลูกบอล
ฝ่ายตรงข้าม
จุดเหนือขอบห่วงประตู
ขอบห่วงประตูด้านที่อยู่ใกล้
14.ผู้รับลูกบอลควรผ่อนมือดึงลูกบอลไปไว้ที่ระดับใด
อก
ท้อง
ไหล่
เหนือศรีษะ
15.การส่งลูกแบบใดที่เหมาะในการใช้ส่งลูกในระยะไกล
การส่งลูกมือล่างมือเดียว
การส่งลูกมือเดียวด้านข้าง
การส่งลูกมือเดียวเหนือไหล่
การส่งลูกสองมือเหนือศรีษะ
16.ตำแหน่งที่สำคัญและเป็นหัวใจของทีมคือตำแหน่งใด
หน้าขวา
หลังขวา
หน้าซ้าย
ศูนย์หน้า
17.การเลี้ยงลูกต่ำใช้ได้ดีในโอกาสใด
จะเลี้ยงผ่านคู่ต่อสู้
จะเลี้ยงเพื่อถ่วงเวลา
จะเลี้ยงเข้าไปยิงประตู
จะเปลี่ยนทิศทางในการเลี้ยงลูก
18.การส่งลูกที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
ช้าแต่แรง
เร็วแต่เบา
ช้าและเบา
เร็วและแรง
19.การยิงลูกโทษ ณ จุดโทษ นิยมยิงประตูแบบใด
ยิงประตูสองมือเหนือศรีษะ
ยิงประตูสองมือระดับอก
ยิงประตูสองมือล่าง
ยิงประตูมือเดียว
20.การเลี้ยงลูกบอลคือการกระทำตามข้อใด
ใช้นิ้วมือตีลูกบอลให้ลงสู่พื้น
ใช้นิ้วมือกดลูกบอลให้ลงสู่พื้น
ใช้นิ้วมือตบลูกบอลให้ลงสู่พื้น
ใช้นิ้วมือกระแทกลูกบอลให้ลงสู่พื้น
21.เมื่อต้องการจะเลี้ยงลูกไปอย่างรวดเร็ว ควรเลี้ยงลูกแบบใด
เลี้ยงลูกสูงและต่ำสลับกัน
แบบใดก็ได้แล้วแต่ถนัด
เลี้ยงลูกสูง
เลี้ยงลูกต่ำ
22.คะแนนที่ได้จากการยิงลูกโทษแต่ละลูกมีค่ากี่คะแนน
1 คะแนน
2 คะแนน
3 คะแนน
4 คะแนน
23.ผู้ที่ได้ครอบครองลูกบอลอยู่จะต้องพยายามทำประตูภายในเวลาเท่าไร
3 วินาที
5 วินาที
24 วินาที
ไม่กำหนด
24.การกระโดดยิงประตู ควรให้ลูกบอลวิ่งไปเป็นวิถีอย่างไร
ดิ่ง
โค้ง
ราบ
ตรง
25.การฝึกบาสเกตบอลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยควรปฎิบัติอย่างไร
ฝึกอย่างหนัก
ฝึกตามขั้นตอน
ฝึกอย่างสม่ำเสมอ
ฝึกเฉพาะท่าพื้นฐาน
26.ทักษะพื้นฐานที่สำคัญของการเล่นบาสเกตบอลคือข้อใด
การวิ่ง
การหยุด
การกระโดด
การทรงตัว
27.การเริ่มเล่นที่ถูกต้องในการเล่นบาสเกตบอลควรปฏิบัติอย่างไร
ผู้เล่นที่ชนะการเสี่ยงส่งลูกก่อน
ผู้เล่นที่แพ้การเสี่ยงเป็นฝ่ายส่งลูกก่อน
ผู้ตัดสินปล่อยลูกลงพื้นระหว่างผู้เล่น
ผู้ตัดสินโยนลูกขึ้นไประหว่างผู้เล่น
28.การยิงประตูใต้ห่วงเป็นการยิงประตูในระยะใด
ไกล
ใกล้
กลาง
กลาง – ไกล
29.ในขณะที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายป้องกันที่ดี ควรยืนอยู่ในลักษณะใด
หันหลังเข้าหาห่วงประตู
หันหน้าเข้าหาห่วงประตู
หันด้านหลังเขาหาคู่ต่อสู้
หันด้านหน้าเข้าหาคู่ต่อสู้
30.การส่งลูกมือเดียวด้านข้างด้วยมือขวาควรก้าวเท้าใดไปข้างหน้า
เท้าขวา
เท้าซ้าย
เท้าที่ถนัด
เท้าที่ไม่ถนัด

31. การเริ่มเล่นหรือแข่งขันบาสเกตบอลเริ่มอย่างไร
ก. กรรมการส่งลูกให้ผู้เล่น
ข. กรรมการให้เล่นลูกกระโดด
ค. กรรมการให้ผู้เล่นเลือกที่จะส่ง หรือรับลูกบอล
ง. กรรมการดูจากรายชื่อนักกีฬาว่าใครส่งชื่อก่อนก็ให้ผู้นั้นส่งลูกบอลเริ่มเล่น
32. ผู้เล่นจะถือลูกบอลไว้ได้นาน ไม่เกิน กี่วินาที
ก. 3 วินาที
ข. 10 วินาที
ค. 5 วินาที
ง. 30 วินาที
33.ผู้เล่นที่ได้ส่งลูกบอลจากนอกสนามจะต้องส่งภายในเวลาเท่าใด
ก. 3 วินาที
ข. 10 วินาที
ค. 5 วินาที
ง. 30 วินาที
34. ผู้เล่นฝ่ายรุกจะเข้าไปในเขตโทษของฝ่ายรับได้ ไม่เกิน กี่วินาที
ก. 3 วินาที
ข.10 วินาที
ค. 5 วินาที
ง. 30 วินาที
35. ผู้เล่นฝ่ายรุกจะต้องนำลูกบอลเข้าสู่แดนหน้าภายในเวลาเท่าใด
ก. 3 วินาที
ข. 10 วินาที
ค. 5 วินาที
ง. 30 วินาที
36. ผู้เล่นฝ่ายรุกจะต้องยิงประตูภายในเวลาเท่าใด
ก. 3 วินาที
ข. 10 วินาที
ค. 5 วินาที
ง. 30 วินาที
37. การขอเวลานอกขอได้ครั้งละกี่นาที
ก. 1 นาที
ข. 2 นาที
ค. 3 นาที
ง. 4 นาที
38. จำนวนฟาวล์รวมของทีมในแต่ละครึ่งเวลา กี่ครั้ง ในครั้งต่อๆไป
จึงจะถูกโยนโทษ 2 ครั้ง
ก. 3 ครั้ง
ข. 6 ครั้ง
ค. 5 ครั้ง
ง. 7 ครั้ง
39. ผู้ตัดสินให้สัญญาณโดยยกแขนท่อนล่างไขว้กัน แสดงว่าอย่างไร
ก. ฟาวล์บุคคล
ข. การขอเปลี่ยนตัว
ค.ในเวลาการเล่น
ง. นอกเวลาการเล่น
40. ถ้าเกิดการยึดบอล กรรมการให้เป็นลูกกระโดด จะให้สัญญาณมืออย่างไร
ก. กำมือทำท่าชกฝ่ามือ
ข. กำมือทั้งสองขึ้นไขว้มือกัน
ค. ชูหัวแม่มือทั้งสองขึ้น
ง. ใช้แขนท่อนล่างโบกขนานพื้นไปมา
41. สนามบาสเกตบอลมีขนาดกว้างยาวเท่าไร
ก. กว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร
ข. กว้าง 15 เมตร ยาว 28 เมตร
ค. กว้าง 16 เมตร ยาว 29 เมตร
ง. กว้าง 18 เมตร ยาว 30 เมตร
42. คะแนนที่ได้จากการทำประตูธรรมดามีค่าเท่ากับเท่าใด
ก. 1 คะแนน
ข. 2 คะแนน
ค. 3 คะแนน
ง. 4 คะแนน
43.คะแนนที่ได้จากการยิงลูกโทษแต่ละลูกมีค่าเท่ากับเท่าใด
ก. 1 คะแนน
ข. 2 คะแนน
ค. 3 คะแนน
ง. 4 คะแนน
44.การแข่งขันมาตรฐาน ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นแต่ละฝ่ายจะต้องมีผู้เล่นในสนามกี่คน
ก. 4 คน
ข. 5 คน
ค. 6 คน
ง. กี่คนก็ได้ตามแต่จะตกลง
45. ลูกบอลจะออกนอกเขตสนามเมื่อใด
ก. เมื่อลูกบอลลอยออกนอกสนามเหนือเส้นขอบสนาม
ข. เมื่อผู้เล่นถือลูกบอลลอยตัวอยู่นอกสนาม
ค. เมื่อลูกบอลถูกเส้นขอบสนาม
ง. ถูกทุกข้อ

47. ประเทศใดเป็นผู้คิดริเริ่มกีฬาบาสเกตบอลเป็นประเทศแรก
ก. จีน
ข. สหรัฐอเมริกา
ค. เยอรมนี
ง. อังกฤษ
48. ใครเป็นผู้คิดกีฬาบาสเกตบอลเป็นคนแรก
ก. ดร. ฟีบา
ข. ดร. ลูเธอร์ กูลิก
ค. ดร. เจมส์ เอ. เนสมิท
ง. สมาคมวายเอ็มซีเอ
49. นายนพคุณ พงษ์สุวรรณ เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ที่สำคัญแก่วงการ
กีฬาบาสเกตบอลในประเทศไทยด้านใด
ก. แปลกติกาบาสเกตบอล
ข. ปรับปรุงกติกาบาสเกตบอล
ค. นำกีฬาบาสเกตบอลเข้ามาเผยแพร่
ง. จัดตั้งสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย
50. จุดมุ่งหมายสำคัญของการเล่นกีฬาบาสเกตบอลตรงกับข้อใด
ก.การวิ่ง
ข. การเลี้ยงลูก
ค. การยิงประตู
ง. การรับ – ส่งลูก
51. การเล่นกีฬาบาสเกตบอลในครั้งเริ่มแรก มีจำนวนผู้เล่นทั้งหมดจำนวนกี่คน
ก. ๘ คน
ข. ๑๒ คน
ค. ๑๕ คน
ง. ๑๘ คน
52. การเล่นกีฬาบาสเกตบอลแต่ละทีมในปัจจุบัน มีผู้เล่นที่ลงเล่นข้างละกี่คน
ก. ๕ คน
ข. ๗ คน
ค. ๙ คน
ง. ๑๑ คน
53. การปรับปรุงแก้ไขกติกาการแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลครั้งใหญ่จนเป็น
ที่รู้จัก และแพร่หลาย ไปทั่วโลก เป็นการปรับปรุงเพื่อใช้ในการแข่งขัน
กีฬาโอลิมปิกครั้งที่เท่าไร
ก. ครั้งที่ ๘
ข. ครั้งที่ ๙
ค. ครั้งที่ ๑๐
ง. ครั้งที่ ๑๑
54. ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์โดยตรงของการเล่นกีฬาบาสเกตบอล
ก. ช่วยฝึกให้มีน้ำใจนักกีฬา
ข. ช่วยให้มีอารมณ์ดีขึ้น
ค. ช่วยส่งเสริมให้มีเพื่อนมากขึ้น
ง. ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง
55. ลูกบาสเกตบอลที่ทำด้วยหนัง เหมาะสำหรับใช้เล่นที่ไหน
ก. สนามพื้นไม้ในร่ม
ข. สนามพื้นไม้กลางแจ้ง
ค. สนามพื้นซีเมนต์ในร่ม
ง. สนามพื้นซีเมนต์กลางแจ้ง
56. ในการเล่นกีฬาบาสเกตบอล เพื่อความสนุกสนาน ผู้เล่นซึ่งมีความสามารถ
ดีกว่า ผู้เล่นคนอื่นควรปฏิบัติตรงกับข้อใด
ก. สุภาพทั้งกิริยา ท่าทาง และวาจา
ข.สอนผู้เล่นคนอื่น ๆ ขณะกำลังแข่งขัน
ค. แต่งกายให้แตกต่างจากผู้เล่นอื่น เพื่อให้เห็นเด่นชัด
ง. ประคองการเล่นให้ฝ่ายตรงข้าม และผู้เล่นทุกคนเล่นไป ด้วยกันได้

50 ตอบกลับที่ พ.32103 วิชาบาสเกตบอล

  1. ขนิษฐา นิลไสล พูดว่า:

    ด.ญ.ขนิษฐา นิลไสล ชั้นม.3/7เลขที่6

  2. เด็กหญิงพรชิตา อู๋สูงเนิน เลขที่18 ม.3/7

  3. ปิยธิดา อำภาไพ พูดว่า:

    ด.ญ.ปิยธิดา อำภาไพ เลขที่15 ม.3/7

  4. เด็กหญิงทอฝัน จันทร์ที เลขที่9 ม.3/7

  5. ปัดธยา โคตรศรี พูดว่า:

    ปัดธยา โคตรศรี เลขที่14 ม.3/7

  6. ภาณุวัฒน์ บุญหรรษา พูดว่า:

    ด.ช.ภาณุวัฒน์ บุญหรรษา ม.3/7 เลขที่ 1

  7. เด็กหญิงศิริวรรณ บุญชู เลขที่29 ม.3/7

  8. เด็กหญิงศิริวรรณ บุญชู เลขที่18 ม.3/7

  9. อาจารย์คะน่าจะมีแน่ Vdio ให้ดูด้วยนะคะหนูจะได้ปฎิบัติได้ถูก และก็เป็นตัวอย่างในการฝึกปฎิบัติด้วยค่ะ

  10. เนตรนพิตร วงค์งาม พูดว่า:

    เด็กหญิง เนตรนพิตร วงค์งาม เลขที่18 ม.3/3

  11. ปีนี้ขอเกรด..4 น่ะค่ะ…สาธุๆๆๆๆๆ

  12. อิศริญาพร โชคบัณฑิต พูดว่า:

    ลงทะเบียนตรงไหนค่ะ คุณครู

  13. อิศริญาพร โชคบัณฑิต พูดว่า:

    อิศริญาพร โชคบัณฑิต
    เลขที่30 ชั้น ม.3/6

  14. ด.ญ. ฑิติยาณี ชาลีรักษ์ ชั้น ม.3/2 เลขที่ 23 พูดว่า:

    ยังไม่อ่านเลยค่ะ ลงชื่อไว้เฉยๆ :)

  15. ด.ญ ปถิญญา ภิญโญพันธ์ ชั้น ม.3/2 เลขที่ 30 พูดว่า:

    “ยังไม่อ่านค่ะ”

  16. ด.ญ สายไหม ศรีทอง ชั้น ม.3/2 เลขที่ 35 พูดว่า:

    ยังไม่อ่านขอสอบเลยค่ะ

  17. ด.ญ.อารยา เทียมสม ชั้น ม.3/2 เลขที่ 31 พูดว่า:

    ลงชื่อไว้เฉยๆยังไม่อ่านค่ะ ^_^

  18. ครูขา ทำไมครูไม่เอาเชลยมาหั่ยดูด้วยอ่ะค่ะ
    #เวลาทำจะได้ถูกทุกข้อ

  19. ด.ญ. มาลินี คลังวงษ์ ชั้น ม.3/2 เลขที่ 34 พูดว่า:

    ยังไม่อ่านค่ะ

  20. ด.ญ.วิจิตรา อรรถเสนา ม.3/2 เลขที่32 พูดว่า:

    ยังไม่อ่าน

  21. ด.ช พงศกร ประเสริฐแท่น ชั้น ม.3/2 เลขที่ 6 พูดว่า:

    ยังไม่อ่านคับ

  22. ด.ญ. จันทร์ปรียา ผาแดง ชั้น ม.3/2 เลขที่ 28 พูดว่า:

    ยังไม่อ่านเลยค่ะ

  23. ด.ญ อารยา เทียมสม ชั้น ม.3/2 เลขที่ 31 พูดว่า:

    ยังไม่อ่านค่ะ

  24. ด.ช. อนันต์ ตระการจันทร์ ชั้น ม.3/2 เลขที่11 พูดว่า:

    อ่านแล้วคับแต่ยังไม่จบ… ?

  25. ด.ญ สิรินดา อติรัตนวงษ์ ม.3/7 เลขที่32 พูดว่า:

    เข้ามาทำแล้วน่ะค่ะ…คุณครู

  26. ด.ญ.ปิยะพร ข่าทิพย์พาที พูดว่า:

    ทำแล้วค่ะ

  27. พัชราภา พูดว่า:

    น.ส.พัชราภา ชำนาญ เลขที่33 ชั้น ม.3/3

  28. ด.ญ.นพสรณ์ ทองดี ม.3/7 เลขที่ 29 พูดว่า:

    ด.ญ.นพสรณ์ ทองดี ม.3/7 เลขที่ 29

  29. เด็กหญิง จิดาภา ภิญโญทรัพย์ ม.3/7 เลขที่ 13 พูดว่า:

    เด็กหญิง จิดาภา ภิญโญทรัพย์ ม.3/7 เลขที่ 13

  30. เด็กหญิงเมทินี ปัฐพี ม.3/7 เลขที่ 14 พูดว่า:

    ทำแล้วค่ะ

  31. ด.ญ.รัตน์ติญา บุญหรรษา พูดว่า:

    ขอเกรด4ค่ะ

  32. เด็กหญิง ปลายฝัน ผลเหลือ ชั้นม.3/7 เลขที่ 10 พูดว่า:

    ่ทำแล้วค่ะ

  33. ด.ญ อทิตยา ทบแก้ว ม.3/7 เลขที่ 24 พูดว่า:

    ทำแล้วค่ะ

  34. ด.ญ.ปิยะพร ข่าทิพย์พาที ม.3/7 เลขที่ 16 พูดว่า:

    ใกล้เสร็จแล้วค่ะ

  35. ด.ญ.ธีรกานต์ พงษ์สระพัง เลขที่ 30 ม.3/7 พูดว่า:

    รายงานตัวค่ะ

  36. ด.ญ.อทิตยา ทบแก้ว ม.3/7 เลขที่24

  37. ดญธิดารัตน์ วงศ์ชมภูม.3/7 เลขที่ 31

  38. ด.ญ.อทิตยา ทบแก้ว ม.3/7 เลขที่24

  39. ด.ญ.ธิดารัตน์ วงศ์ชมภู ม.3/7 เลขที่31

  40. เด็กหญิง สุภัสสร สุมี ม. 3/3 เลขที่ 28

  41. นางสาว พนิดา ดิลกลาภ ม.3/3 เลขที่ 20

  42. นางสาว นัทธิยา มูลปัง ม.3/3 เลขที่่ 11

  43. ธิดารัตน์ สนธิสัมพันธ์เลขที่17ม.1/6ค่ะ พูดว่า:

    ยังม่ะอ่านค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s